บทที่ 7 บทที่ 6 ความข้องใจ

บทที่ 6 ความข้องใจ

การประชุมที่ฮ่องกงผ่านพ้นไปด้วยดี ค่ำคืนนั้นทางผู้ร่วมหุ้นที่เป็นคนจีนอยากจะเลี้ยงพวกเราเสียหน่อย แต่จริง ๆ กุณณกันต์ดูออกว่าผู้บริหารหนุ่มคนหนึ่งสนใจในตัวของเลขาสาวเขาจนออกนอกหน้า

กุณณกันต์ชินเสียแล้วที่ไม่ว่าจะไปประเทศอะไร ไทยหรือเทศ อริษามักจะตกเป็นแม่หงส์น้อยในฝูงเสือสิงห์กระทิงแรดเสมอ เพราะเธอมักจะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้ชายนักธุรกิจเป็นสิบคน และอริษาพูดได้หลายภาษา อีกทั้งเธอยังเป็นคนเฟรนลี่ แต่เป็นการเฟรนลี่ที่ถือตัวมากทีเดียว

ไม่มีผลประโยชน์เธอก็ไม่คุย และถ้าจะให้เบอร์ให้สักคนเบอร์นั่นจะเป็นเบอร์บริษัทที่โทรให้ตายหากไม่ใช่เวลางานก็ไม่มีใครรับหรอก! แสบ ๆ แบบนี้ก็น่ารักดี กุณณกันต์ส่ายหน้าให้กับความคิดร้ายของตัวเอง เขาคงดื่มเยอะเกินไป

“คุณกันต์รบกวนมานั่งด้านซ้ายแทนริษาได้ไหมคะ?” กุณณกันต์เลิกคิ้วแต่ก็ไม่ยอมลุกในทันทีที่หญิงสาวขอความช่วยเหลือ

“เดี๋ยวนันท์ก็กลับมาแล้ว” ทุกครั้งที่เรากินเลี้ยงกัน อริษาจะได้สิทธิ์นั่งตรงกลางระหว่างเขาและนันท์เสมอ เหตุผลคือเธอไม่ชอบให้ใครมาถูกตัวโดยเฉพาะพวกชีกอ

“แต่ตอนนี้เขาเอาขามาโดนริษาค่ะ” หญิงสาวชักสีหน้าใส่เจ้านาย ก่อนจะรู้ตัวว่าเธอทำแบบนี้ไม่ถูกนักจึงก้มหน้าลงแทนและเอียงทั้งตัวเข้าไปหาเจ้านายราวกับหาที่พึ่งพิง

“งั้นก็ขอโทษแล้วกัน” อริษายังสับสนอยู่ที่อยู่ ๆ เจ้านายก็ขอโทษเธอ แต่แล้วก็ถึงบางอ้อในทันทีว่าเจ้านายขอโทษเธอทำไม

ฝ่ามืออุ่นร้อนวางทาบลงที่สะโพกผึ่งผายที่สวมใส่เพียงเดรสตัวบางแนบเนื้ออยู่ กลิ่นหอมละมุนของน้ำหอมที่อริษาใช้วันนี้ลอยมาแตะจมูกนักธุรกิจหนุ่ม ก่อนที่เขาจะเอียงใบหน้าลงมาบริเวณลำคอระหงและสูดดมกลิ่นหอมนั่นเข้าไปเต็มปอด

“คะ...คุณกันต์คะ” ฝ่ามือน้อย ๆ ดันแผ่นอกหนั่นแน่นนั่น ก่อนที่ทุกอย่างรอบตัวกุณณกันต์จะหยุดเคลื่อนไหว หัวใจแกร่งเต้นเป็นจังหวะกายอบอุ่นของเธอเอวค่อดกิ่วแบบนี้...เสียงลมหายใจแบบนี้

“เรียกชื่อผมหน่อย” อริษาหัวใจเต้นระรัวก่อนจะรู้สึกถึงแรงกอดรัดที่เพิ่มมากขึ้นจากฝ่ามืออุ่นร้อนที่วางทาบอยู่บนสะโพกเธอบีบเคล้นจนเจ้าของร่างแทบหยุดหายใจ!!

“เรียกสิ...ริษา” คำสั่งเด็ดขาดพร้อมกับดวงตาสีนิลที่ต้องมองเธอราวกับจะแผดเผา อริษาตัวสั่นเทาเป็นลูกนกคล้ายหวาดกลัว

“คุณกันต์” กุณณกันต์หลับตาลงและก้มลงมาใช้ปลายจมูกดอมดมผิวกายเนียนนุ่มของเลขาสาว และเพียงแค่ปลายจมูกของเขาแตะลงบนผิวกายนุ่มนิ่มที่โผล่พ้นชุดเดรสสุดเซ็กซี่ที่เลขาสาวสวมใส่

ชายหนุ่มลืมตาโพลงขึ้นมาและจ้องมองริมฝีปากที่ทาเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดด้วยความชั่งใจ

“ริษา...” อริษามองเห็นความเคลือบแคลงใจในดวงตาสีนิลของเจ้านายหนุ่มเธออึกอักผลักหน้าอกแกร่งอย่างแรง ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นค้อมหัวให้กุณณกันต์และบอกว่าต้องการไปเข้าห้องน้ำ

กุณณกันต์มองตามร่างบางระหงที่เดินเร็ว ๆ ออกจากห้องคาราโอเกะนี้ไป สายตาเคลือบแคลงมองตามด้วยความสงสัย ก่อนที่จะทันคิดอะไรต่อแก้วบรั่นดีรวมไปถึงแก้วไวน์หลายแก้วก็ถูกส่งสลับมา

ดีหน่อยที่เมื่อครู่ไม่ได้มีใครสังเกตกันมากนักเพราะทุกคนก็คงจะเมามายกันหมดแล้ว กว่าอริษาจะกลับเข้ามาคนในห้องก็ทยอยกลับกันหมดรวมไปถึงเจ้านายเธอที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะที่เดิมนั่นด้วย!

“คุณนันท์โอเคไหมคะ” อริษาบอกว่าตัวเองท้องเสีย แต่แท้จริงแล้วเธอไม่มีหน้ากลับมาปั้นหน้านั่งต่อต่างหาก เพราะตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาห้าปี เจ้านายและเธอไม่เคยใกล้ชิดกันเช่นนี้เลยถ้าไม่นับรวมคืนนั้นน่ะนะ!

“ผมไม่ค่อยโอเคหรอก เมื่อกี้โดนกรอกเหล้าไปสิบวิ” เลขาหนุ่มบอกตามตรง แต่เขาก็พยุงร่างของเจ้านายที่ฟุบไปแล้วให้ลุกขึ้น

“คุณไหวไหมริษา ถ้าผมจะฝากให้คุณดูคุณกันต์หน่อย ผมอยากจะเข้าห้องน้ำสักแป๊บ” อริษารับปาก ก่อนจะประคองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมหน้าห้องน้ำ โดยที่เธอยืนอยู่กึ่งกลางหว่างขาเจ้านายหนุ่มและสองมือของเขาก็เอื้อมมากอดล็อกเอวบางของเธอแทนที่จะเอนพิงไปกับกำแพง

“คุณกันต์คะ นั่งดี ๆ ค่ะ แบบนี้ริษาจะล้มนะคะ” แน่นอนว่าแม้กุณณกันต์จะนั่งเขาก็ยังสูงเกือบเท่าหน้าอกเธอในตอนยืนอยู่ดี และตอนนี้เท่ากับว่าเขาได้ซบใบหน้าลงกับหน้าอกเธอเรียบร้อยแล้ว!

กุณณกันต์หลับตาและซึมซับกลิ่นหอมละมุนจากเรือนกายของเลขาสาวอย่างเต็มปอด ฝ่ามือหนาป่านปะไปทั่วแผ่นหลังบอบบาง ก่อนที่หัวใจชายหนุ่มจะเต้นระรัวแรงราวกับพวกเด็กหนุ่มมีความรัก

“ริษา” อริษาขืนตัวไม่ทันตอนนี้เธอนั่งแหมะอยู่บนหน้าตักเขาเรียบร้อยแล้ว

“คุณกันต์ ปะ...ปล่อยนะคะ!” ดวงตาเบิกโพลงแบบนี้กุณณกันต์ยกยิ้ม ก่อนจะจับปลายคางเล็กและบดริมฝีปากป้อนจูบดูดดื่มเข้าไป

แรงกอดรัดและจูบวาบหวามสูบวิญญาณทำให้อริษาแทบจะขาดใจตาย นานนับนาทีที่เจ้านายเธอปล้นจูบ ก่อนจะผละออกและซบใบหน้าลงกับหน้าอกอวบเธอแทน

“คุณกันต์!” เจ้านายเธอน็อกหลับไปแล้ว หลับไปทั้งที่หัวใจเธอเต้นแรงแทบจะกระดอนออกนอกอกเนี่ยนะ!

“คุณมันคนบ้ากามที่สุดเลย!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป